Movie

Always
~Sunset On Third Street~

ชื่อไทย : ถนนสายนี้หัวใจไม่เคยลืม
กำกับ : Yamazaki Takashi [ผู้กำกับ Returner]
นำแสดง
Maki Horikita [Crying out for Love, in the Centre of the World, Yogen]
Hidetaka Yoshioka
Shinichi Tsutsumi [One Missed Call]
Koyuki [Kauro, นางเอกThe Last Samurai]
Hiriki Yakushimaru
Kazuki Koshimizu
Kenta Zuga
Masaya Takahashi
Kaya Mochimsru

ถึงปกจะดูเหมือนหนังเก่า แต่จริงๆไม่ใช่หนังเก่า แต่เป็นหนังที่เล่าเรื่องเก่าๆ โว๊! งง!
เป็นหนังใหม่นี่แหละ แต่ก็เข้าฉายในไทยเมื่อปีที่แล้วอ่ะนะ เราเองก็เพิ่งได้ดูเมื่อประมาณสองเดือนก่อน
เห็นว่าเป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึง และหลายคนอาจยังไม่เคยดูก็เลยมาแนะนำกัน

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นสมัยที่ Tokyo Tower กำลังสร้างอยู่ (ปีโชวะที่ 33 ค.ศ.1958)
คนในยุคนั้นหวังว่านี่จะกลายเป็นหอที่สูงที่สุดในโลกเมื่อสร้างเสร็จ
เรื่องราวดำเนินผ่านตัวละครหลากหลาย ที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนก็ดำเนินชีวิต
อยู่บนความหวังที่แตกต่างกัน
เห็นว่าดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนยอดนิยม ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ ริวเฮ ไซกัง



เด็กสาวบ้านนอกที่เข้ามาฝึกงานในเมืองกรุง...
อู่ซ่อมรถเล็กๆที่ฝันถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลก...
นักเขียนไส้แห้งที่ชวดรางวัลได้ซะทุกที...
เด็กชายที่ถูกทิ้ง...
อดีตเกอิชาที่เปิดร้านตั้งตัวใหม่...
คุณหมอใจดีที่มีบาดแผลในใจ...หมอเป็นยักษ์(!?)
คุณป้าสุดซิ่ง นำtrend...
โทรทัศน์เครื่องแรกของหมู่บ้าน...
ตู้เย็นใหม่...



และอื่นๆอีกมากมายที่จะสร้างทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา ความสุข เศร้า เหงา รัก
สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับหัวใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี
เป็นความอบอุ่นจากเรื่องราวในอดีต และจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆให้เราต่อไป
เชื่อสิ ! รู้นะว่าไม่เชื่อ เพราะงั้นก็ต้องไปลองหามาดูกันไง555
ไม่แน่ใจว่าร้านเช่ามีรึเปล่า แต่ถ้าจะซื้อ ร้านแมงป่องมีชัวร์
สำหรับคนที่เคยดูแล้ว ได้ข่าวว่าจะมีภาคต่อด้วย โปรดติดตาม!

Tokyo Tower สร้างเสร็จแล้วล่ะ !

~Seven Samurai~ อมตะหนังคลาสสิค

posted on 13 Mar 2008 18:54 by --ame--  in Movie

SEVEN SAMURAI
(SHICHININ NO SAMURAI) 1954
Director: Akira Kurosawa

ภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะได้ผ่านสายตาเหล่าคอหนังทั้งหลายมาแล้วเป็นส่วนใหญ่
เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าอมตะขึ้นแท่น นอกจากจะได้รับการยกย่องในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแล้ว
ยังเป็นภาพยนตร์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อศึกษาและเรียนรู้ได้อย่างดีอีกด้วย


Akira Kurosawa ผู้กำกับในตำนาน

SEVEN SAMURAI 1954 ขอย้ำ 1 9 5 4
หนังความยาว 3 ชั่วโมงครึ่ง แถมเป็นขาวดำ แค่ฟังอย่างนี้ก็น่าเบื่อสำหรับหลายๆคนแล้ว
แต่คิดผิดถนัด เพราะมันสนุกสนานได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่สร้างเมื่อหลายสิบปีที่แล้วจะยังสามารถทำให้คนดูสนุกและคล้อยตามได้อยู่
และนี่ก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความเป็น"อมตะ"ได้อย่างแยบยล

หนังเล่าเรื่องของหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่งของชาวนา
ที่มีคนบังเอิ๊ญบังเอิญไปได้ยินขโมยขโจรที่ผ่านมาพูดว่าจะมาปล้นหมู่บ้านในฤดูเก็บเกี่ยว
เมื่อทุกคนในหมู่บ้านรู้ก็พากันกลุ้มเครียดกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่มารุมซ้ำเติมชาวนายากจนอย่างพวกเขา
ในที่สุดผู้เฒ่าของหมู่บ้านก็แนะนำให้ไปหาจ้างซามูไรมาเพื่อปกป้องหมู่บ้านจากพวกโจร
แต่นั่นก็ยังเป็นปัญญาเพราะซามูไรที่ไหนจะยอมเสี่ยงชีวิตลงแรงมาปกป้องหมู่บ้านเล็กๆ
ที่ไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรมากมายนอกจากข้าวประทังชีวิต
ซามูไรที่มีฝีมือก็ไร้ซึ่งน้ำใจ ส่วนซามูไรที่อดอยากก็ไร้ซึ่งฝีมือ

แต่แม้ในความมืดมนสิ้นหวังก็ยังมีแสงเทียน เมื่อชาวนาที่ออกตามหาได้พบกับซามูไรผู้หนึ่ง
ซึ่งยอมโกนหัวเพื่อสร้างอุบายช่วยชาวบ้านจับผู้ร้าย ชาวนาจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือจนเขายอมใจอ่อน
แต่ซามูไรผู้นั้นก็บอกว่าจะปกป้องหมู่บ้านได้ต้องมีซามูไรทั้งหมดประมาณ 7 คน
พวกเขาจึงออกรวบรวมสมาชิกซามูไรจนกระทั่งได้ครบ 7 คน และเดินทางไปยังหมู่บ้านชาวนา
ภารกิจการปกป้องหมู่บ้านจึงได้เริ่มต้นขึ้น
เรื่องราวจะสนุกสนานต่อไปอย่างไร...หามาชมเองนะจ๊ะ555 (เล่าหมด อดสนุก)

เสน่ห์ของภาพยนตร์น่าจะอยู่ที่ความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนของเนื้อเรื่อง
แต่ซ่อนไปด้วยความลึกล้ำของเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อ
ซึ่งสะท้อนผ่านองค์ประกอบต่างๆในเนื้อเรื่องได้อย่างแยบยล
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเหตุการณ์ ฉากสถานที่ Symbolic ต่างๆ ฯลฯ
และที่สำคัญคือตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน มีเสน่ห์
เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสนุกสนานให้กับเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม

สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ภาพยนตร์นี้ดูสนุกและมีคุณค่า
(แถมมีมุขน่ารักๆให้แอบขำอยู่ตลอดเรื่อง)
และแม้จะเป็นเรื่องที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดูเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างและเฉพาะตัวเอามากๆ
แต่ด้วยประเด็นเนื้อหาสำคัญที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญสันดานมนุษย์นี่เอง
จึงเป็นจุดที่สร้างความเป็น"สากล" ที่ทำให้คนทุกเชื้อชาติ ทุกยุคสมัย
สามารถดูได้อย่างเข้าใจและคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย
และนี่เองที่เรียกได้ว่าเป็นความ"คลาสสิค"ของภาพยนตร์เรื่องนี้


toshiro mifune หนึ่งในนักแสดง(เล่นเก่งโคตรๆ)ให้ความรู้สึกว่า"นี่แหละสัตว์ป่า"55
คนอื่นๆก็เล่นได้ดีมาก แต่ตานี่มันขโมยซีนได้ทุกทีไปสิน่า -_-"

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ในดวงใจของเรา
เลยเอามาแนะนำเล่าสู่กันฟังนะ
:)